1. บรรยากาศมีแก๊สออกซิเจนช่วยให้มนุษย์หายใจ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ช่วยให้พืชสร้างแป้งและน้ำตาลจากการสังเคราะห์ด้วยแสง แก๊สที่มีมากที่สุด คือ แก๊สไนโตรเจนร้อยละ 78 รองลงมาคือ แก๊สออกซิเจน
2. บรรยากาศช่วยกรองรังสี รังสีเอกซ์ แกมมา และอัลตราไวโอเลตที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
3. บรรยากาศทำหน้าที่คล้ายเรือนกระจกช่วยอบความร้อน ทำให้อุณหภูมิระหว่างกลางวันกับกลางคืนไม่แตกต่างกันมากนัก
4. บรรยากาศเป็นแหล่งสะสมไอน้ำ เกิดเป็นการเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรน้ำ
การกำหนดชั้นบรรยากาศของโลกตามแนวดิ่ง (vertical layers) จำแนกตามคุณลักษณะอุณหภูมิของอากาศ ดังนี้
ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas) เป็นก๊าซที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นรังสีความร้อน หรือรังสีอินฟาเรดได้ดี ก๊าซเหล่านี้มีความจำเป็นต่อการรักษาอุณหภูมิในบรรยากาศของโลกให้คงที่ ซึ่งหากบรรยากาศโลกไม่มีก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ ดังเช่น ดาวเคราะห์ดวงอื่น ๆ ในระบบสุริยะแล้ว จะทำให้อุณหภูมิในตอนกลางวันนั้นร้อนจัด และในตอนกลางคืนนั้นหนาวจัด เนื่องจากก๊าซเหล่านี้ดูดคลื่นรังสีความร้อนไว้ในเวลากลางวัน แล้วค่อย ๆ แผ่รังสีความร้อนออกมาในเวลากลางคืน ทำให้อุณหภูมิในบรรยากาศโลกไม่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน
มีก๊าซจำนวนมากที่มีคุณสมบัติในการดูดซับคลื่นรังสีความร้อน และถูกจัดอยู่ในกลุ่มก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีทั้งก๊าซที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ ก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญคือ ไอน้ำ
ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โอโซน มีเทน ไนตรัสออกไซด์และสารซีเอฟซี เป็นต้น
กิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์ กำลังเพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจกเหล่านี้ (อาจยกเว้นไอน้ำ)
ภาวะโลกร้อนหรือสภาวะภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของโลกในปัจจุบัน ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นทุกปี ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรง เช่น การเกิดพายุหมุนเขตร้อน พายุเทอร์นาโด รวมถึงปัญหาความแห้งแล้ง ขาดแคลนน้ำ
IPCC (Intergovermental Panel on Climate Change) คือ คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ