การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิศาสตร์ของพื้นที่
ภัยพิบัติทางธรรมชาติ
ภัยพิบัติจากพายุหมุนเขตร้อน
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
33%
วิชาสามัญ
ออกสอบ
น้อย
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย
ภัยพิบัติจากพายุทอร์นาโด
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
33%
วิชาสามัญ
ออกสอบ
น้อย
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย
ภัยพิบัติจากการเคลื่อนที่ของมวลวัตถุพื้นผิวโลก (ดินคืบ ดินไหล แผ่นดินถล่ม แผ่นดินทรุดตัว)
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
33%
วิชาสามัญ
ออกสอบ
น้อย
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย
ภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
67%
วิชาสามัญ
ออกสอบ
น้อย
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย
ภัยพิบัติจากสึนามิ
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
น้อย
วิชาสามัญ
ออกสอบ
น้อย
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย
ภัยพิบัติจากภูเขาไฟปะทุ
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
น้อย
วิชาสามัญ
ออกสอบ
33%
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สถานการณ์และวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
100%
วิชาสามัญ
ออกสอบ
33%
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย
สถานการณ์และวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
100%
วิชาสามัญ
ออกสอบ
33%
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย
องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม และกฎหมายสิ่งแวดล้อมในระดับนานาชาติ
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
67%
วิชาสามัญ
ออกสอบ
67%
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย
องค์กรด้านสิ่งแวดล้อม และกฎหมายสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
33%
วิชาสามัญ
ออกสอบ
67%
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย
การดำเนินชีวิตตามแนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
RELIGION
ออกสอบ
น้อย
กฎหมาย
ออกสอบ
น้อย
O-NET
ออกสอบ
100%
วิชาสามัญ
ออกสอบ
67%
A-LEVEL
ออกสอบ
น้อย

การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิศาสตร์จากพลังงานบนผิวโลก

ยอดวิว 1.1k

แบบฝึกหัด

EASY

การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิศาสตร์จากพลังงานบนผิวโลก (ชุดที่ 1)

HARD

การเปลี่ยนแปลงสภาพทางภูมิศาสตร์จากพลังงานบนผิวโลก (ชุดที่ 2)

เนื้อหา

การเปลี่ยนแปลงสภาพ
ทางภูมิศาสตร์จากพลังงานบนผิวโลก

อุทกภาค

ส่วนที่เป็นน้ำคิดเป็น 71% บนผิวโลก หรือ 3 ส่วน 4 ของโลก แบ่งเป็นน้ำจืด 3% น้ำทะเล 97%
       วัฏจักรทางอุทกวิทยา คือการหมุนเวียนเปลี่ยนสถานะของน้ำ



        การหมุนเวียนของน้ำในมหาสมุทร

          เกิดจากกระบวนการถ่ายเทความร้อนที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ โดยหมุนเวียนจากบริเวณที่ได้รับความร้อนมาก คือ บริเวณศูนย์สูตร ไปยังบริเวณที่ได้รับความร้อนน้อย คือ บริเวณขั้วโลก และนอกจากอุณหภูมิแล้วยังมีปัจจัยจากลมและความเค็ม

การหมุนเวียนของน้ำจะพบใน 2 รูปแบบ คือ

        1. การหมุนเวียนของน้ำในแนวราบ หรือการหมุนเวียนของกระแสน้ำ ผิวหน้า (surface current circulation) เกิดจากอิทธิพลของลมที่พัดเหนือผิวน้ำ ได้แก่ ลมค้าบริเวณศูนย์สูตร ลมตะวันตกบริเวณละติจูด 30 องศาเหนือและใต้ และแรงคอริออลิส (coriolis effect) ทำให้น้ำในมหาสมุทรไหลเป็นวงตามเข็มนาฬิกาในซีกโลกเหนือ และทวนเข็มนาฬิกาในซีกโลกใต้

        2. การหมุนเวียนของมวลน้ำในแนวดิ่ง กระแสน้ำที่ถูกขับดันด้วยความหนาแน่น หรือมีชื่อว่า Thermohaline circulation เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความเค็มของน้ำภายในมหาสมุทร และแรงดึงดูดของโลก น้ำที่อยู่ในที่ลึกนี้จมตัวลงอย่างช้า ๆ สู่มหาสมุทรลึก ที่ละติจูดสูง

        เอลนิโญ่  เป็นปรากฏการณ์ที่กระแสน้ำเย็นเปรูบริเวณชายฝั่งตะวันตกของทวีอเมริกาใต้ ถูกกระแสน้ำอุ่นจากศูนย์สูตรไหลเข้ามาแทนที่ ทำให้อุณหภูมิมหาสมุทรอุ่นขึ้นผิดปกติ กระแสลมเปลี่ยนทิศทาง ทำให้ฝนตกหนักในตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ แต่ยังก่อให้เกิดความแห้งแล้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และออสเตรเลียตอนเหนือ
        ลานิญา  เป็นปรากฏการณ์ที่ผิวน้ำของมหาสมุทรแปซิฟิกแถบเส้นศูนย์สูตรเย็นลงปรากฏการณ์ลานิญาส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ที่ตรงข้ามกันกับปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้เกิดความแห้งแล้งทางตอนเหนือของทวีปอเมริกาใต้ และเกิดฝนตกหนักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ปรากฏการณ์จากอุทกภาคในประเทศไทย

        การเกิดฝนตกในประเทศไทยมีความเกี่ยวข้องกับ

        1. ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เริ่มเข้าสู่ประเทศไทยช่วงดือน พ.ค. และมีกำลังแรงหลังเดือน ก.ค. พัดมาจากทะเลอันดามันและอ่าวไทยเข้าสู่แผ่นดิน ทำให้เกิดฝนตกหนักในทุกภาค

        2. ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ พัดเข้าสู่ประเทศไทยช่วงเดือน ต.ค. เป็นลมพัดมาจากไซบีเรียและประเทศจีน ทำให้ทั่วทุกภาคหนาวเย็นและแห้งแล้ง และมีกำลังแรงช่วง พ.ย. ทำให้พัดจากอ่าวไทย เข้าสู่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ทำให้ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยเกิดฝนตกมากกว่าภาคใต้ฝั่งอันดามัน

        3. พายุหมุนเขตร้อน พายุหมุนเขตร้อนมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแหล่งกำเนิด เช่น

  • พายุที่เกิดในอ่าว เบงกอล และมหาสมุทรอินเดีย เรียกว่า ไซโคลน (cyclone)
  • เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียน อ่าวเม็กซิโก และทางด้านตะวันตกของเม็กซิโกเรียกว่า เฮอร์ริเคน (hurricane)
  • เกิดในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก มหาสมุทรแปซิฟิกใต้ และทะเลจีนใต้เรียกว่า ไต้ฝุ่น (typhoon)
พายุหมุนเขตร้อนที่มีอิทธิพลต่อลมฟ้าอากาศของประเทศไทย ส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตก และทะเลจีนใต้


        ความเร็วลมสูงสุดที่บริเวณใกล้ศูนย์กลางนำมาใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาความรุนแรงของพายุ ซึ่งในย่านมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือด้านตะวันตกและทะเลจีนใต้มีการแบ่งตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ดังนี้

  • พายุดีเปรสชันเขตร้อน (tropical depression) ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางไม่ถึง 34 นอต (63 กม. / ชม.)
  • พายุโซนร้อน (tropical storm) ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง 34 นอต (63 กม. / ชม.) ขึ้นไป แต่ไม่ถึง 64 นอต (118 กม. / ชม.)
  • ไต้ฝุ่น (typhoon) ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางตั้งแต่ 64 นอต (118 กม. / ชม.) ขึ้นไป

ภูมิอากาศ

        ภูมิอากาศแต่ละพื้นที่บนพื้นโลกจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ได้แก่

  • ละติจูด บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรจะได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ปริมาณมาก ส่งผลให้มีอุณหภูมิสูงกว่าบริเวณที่มีละติจูดสูงกว่า
  • ความสูงของพื้นที่ ทุกๆ ความสูง 180 เมตร อุณหภูมิจะลดลง 1 องศาเซลเซียส
  • ความใกล้ไกลจากทะเล ทำให้ความแตกต่างของอุณหภูิมิไม่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล
  • การมีภูเขาขวางกั้นทิศทางลมที่พัดประจำ พื้นที่ด้านหน้าภูเขามีอุณหภูมิที่ต่ำกว่าพื้นที่หลังภูเขา
  • กระแสน้ำในมหาสมุทร การไหลผ่านกระแสน้ำอุ่นมีผลต่อความชื้นและอุณหภูมิที่สูงกว่าการไหลผ่านกระแสน้ำเย็นที่ส่งผลให้อุณหภูมิเย็น แห้งแล้ง

การแบ่งโซนภูมิอากาศของโลก

  1. การแบ่งโซนภูมิอากาศของโลก โดยใช้เส้นละติจูด (ซึ่งเป็นเส้นตัดขวางแนวนอนรอบโลก) เป็นแนวในการแบ่ง โดยใช้เส้นละติจูด 4 เส้น (ไม่นับรวมเส้นศูนย์สูตรตรงกลาง) ซึ่งแบ่งเป็นเส้นละติจูดที่ 23.5° และ 66.5° เหนือและใต้ของเส้นศูนย์สูตร

    - เส้นละติจูดสองเส้นบริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรคือเส้น "ทรอปิคออฟแคนเซอร์" (Tropic of Cancer) ที่อยู่ทางตอนเหนือ และเส้น "ทรอปิคออกแคปริคอร์น" (Tropic of Capricorn) ที่อยู่ทางใต้
    - ในส่วนปลาย บริเวณใกล้กับขั้วโลกเหนือ - ใต้ ที่ละติจูด 66.5° เหนือและใต้ จะใช้เส้น "อาร์คติคเซอร์เคิล" (Arctic Circle) และ "แอนตาร์คติดเซอร์เคิล" (Antarctic Circle) ตามลำดับ เป็นแนวแบ่งโซนภูมิอากาศ
  2. นอกเหนือจากระยะห่างจากเส้นศูนย์สูตรแล้ว ภูมิอากาศในแต่ละพื้นที่ยังได้รับอิทธิพลจากระดับความสูงต่ำของพื้นที่ ระยะห่างจากทะเล และปัจจัยทางภูมิศาสตร์อื่น ๆ ทำให้ลักษณะภูมิอากาศแตกต่างกันไป โดยทั่วไป มีการแบ่งภูมิอากาศ ดังนี้

        1. เขตภูมิอากาศร้อนชื้น (Tropical Climates)

ฝนตกมากตลอดทั้งปี อุณหภูมิสูงทั้งปี บรรยากาศมีความชื้นสูง มีช่วงฤดูแล้งสั้น ๆ
ภูมิอากาศ
ย่อย
ตัวอย่างประเทศตัวอย่างพืชพรรณ
ภูมิอากาศ
แบบป่า
ดิบชื้น
ลุ่มแม่น้ำอเมซอน
ทางภาคเหนือของ
ทวีปอเมริกาใต้
พื้นที่ลุ่มน้ำคองโก
และอ่าวกินีในแอฟริกาตะวันตก นอกจากนั้นพบที่หมู่เกาะอินดิสตะวันออก
หมู่เกาะฟิลิปปินส์
และคาบสมุทรมลายู
พืชพันธุ์ธรรมชาติ
เป็นป่าดงดิบ
ซึ่งไม่มีฤดูที่ผลัดใบและมีต้นไม้ขึ้น
หนาแน่น ส่วนบริเวณปากแม่น้ำ
และชายฝั่งทะเล
มีพืชพันธุ์ธรรมชาติ
เป็นป่าชายเลน
ภูมิอากาศ
ร้อนชื้น
แถบมรสุม
ได้แก่ ชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรอินเดีย
ชายฝั่งทะเลของ
ประเทศพม่า ภาคใต้ของประเทศไทย
ภาคตะวันออกของ
ประเทศไทย
พันธุ์ไม้ส่วนใหญ่
เป็นใบไม้กว้าง
และเป็นไม้เนื้อ
แข็ง ที่มีค่าใน
ทางเศรษฐกิจ
เช่น ไม้สัก
ไม้จันทร์
ไม้ประดู่ เป็นต้น
ภูมิอากาศ
แบบทุ่งหญ้า
สะวันนา
ในทวีปเอเชียพบบริเวณกลุ่มประเทศในภาค
พื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย
คาบสมุทรเดคข่าน
ประเทศอินเดีย
รอบ ๆ เขตภูมิ
อากาศ
แบบป่าร้อนชื้น
ในแอฟริกากลาง
หมู่เกาะอินเดีย
ตะวันตก ลุ่มแม่น้ำโอริโนโคและที่ราบสูงบราซิล
ในทวีปอเมริกาใต้
พืชพรรณธรรมชาติในเขตนี้ เป็นป่าโปร่งแบบป่าเบญจพรรณ
เช่น ไม้สัก ไม้ประดู่ ชิงชัน มะค่าโมง
ตะแบก เสลา ไม้ไผ่


        2. เขตภูมิอากาศแห้งแล้ง (Dry Climates)

มีฝนตกค่อนข้างน้อยตลอด อุณหภูมิต่างกันมากในช่วงกลางวัน - กลางคืน และในแต่ช่วงฤดูร้อน - ฤดูหนาว
ภูมิอากาศ
ย่อย
ตัวอย่างประเทศตัวอย่างพืชพรรณ
แบบทะเล
ทราย (ร้อน
และแห้งแล้ง)
ทะเลทรายสะฮารา
อาหรับ ออสเตรเลีย ฯลฯ
กระบองเพชร
อินทผาลัม
แบบทุ่งหญ้า
สเตปป์ (ทะเล
ทรายเขต
อบอุ่น)
พบในทวีปอเมริกาเหนือ
ไปจรดแนวเทือกเขา
ร็อกกี้ และในลาตินอเมริกา
หญ้าสั้น ๆ
(สเตปป์)
และไม้พุ่มเตี้ย


        3. เขตภูมิอากาศอบอุ่นชื้นแถบละติจูดกลาง (Moist Subtropical Mid-lattitude Climate)

        เป็นบริเวณที่ฤดูร้อนและฤดูหนาวมีอุณหภูมิไม่แตกต่างกันมาก เพราะว่ามีอากาศชื้นตลอดทั้งปีเนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใกล้ทะเลและมหาสมุทร อุณหภูมิเฉลี่ยของเดือนที่หนาวที่สุดต่ำกว่า 18°C และสูงกว่า -3°C
ภูมิอากาศ
ย่อย
ตัวอย่าง
ประเทศ
ตัวอย่าง
พืชพรรณ
ภูมิอากาศแถบ
เมดิเตอร์เรเนียน
พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่รอบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
ทางตอนใต้ของ
ทวีปยุโรป และ
ตอนเหนือของทวีปยุโรป เป็นเขตที่มีฝนตกน้อย พืชพรรณเป็นพุ่มเตี้ย มักเกิดไฟป่าในช่วงฤดูร้อนและมีฝนตกในช่วงฤดูหนาว
ไม้เนื้อแข็ง
มีขนาดเล็ก
เปลือกหนา
เช่น ไม้โอ๊ก
มะกอก คอร์ก
ภูมิอากาศภาค
พื้นมหาสมุทร
ชายฝั่งตะวันตก
ทางตะวันตก
เฉียงเหนือ
ของอเมริกา
ชายฝั่งตะวันตก
ของแคนาดา
ภาคตะวันตก
เฉียงเหนือ
ของยุโรป และตอนใต้ของชิลี
ป่าสน
ภูมิอากาศ
ชื้นกึ่งโซนร้อน
ตอนใต้ของบราซิล ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกา
ตอนใต้ของจีน
โอ็ค เมเปิล
ภูมิอากาศ
ชุ่มชื้นภาค
พื้นทวีป
ตอนเหนือและ
ตอนกลางของอเมริกา แคนาดาตอนใต้ รัสเซีย
ตอนเหนือของจีน
ป่าสนที่เรียกว่า Taiga มักพบ
ในพื้นที่หนาวเย็น
และหิมะตกยาวนาน


        4. ภูมิอากาศกึ่งอาร์คติกและอาร์คติก (Subarctic and Arctic Climate)

ภูมิอากาศ
ย่อย
ตัวอย่างประเทศตัวอย่าง
พืชพรรณ
กึ่งอาร์คติก
ในฤดูหนาวจะหนาวเย็นมากและยาวนาน
ฤดูร้อนสั้น
พื้นดินจะ
เป็นน้ำแข็ง
เกือบตลอดทั้งปี
พื้นที่ใกล้ขั้วโลก
บริเวณตอนกลาง
ของทวีปอเมริกาเหนือ
ทวีปยุโรป และเอเชีย
พืชพรรณธรรมชาติ
เป็นพวกทุนดรา
ได้แก่ มอสส์
ไลเคนส์ กก
หญ้า
ไม้พุ่มเตี้ย ๆ
อาร์คติก
หนาวจัด
ไม่มีฤดูร้อน
แอนตาร์กติกา
และกรีนแลนด์



ธรณีสัณฐานในประเทศไทย

        1. ภาคเหนือ
               - ภูมิประเทศเป็นเขตทิวเขาและหุบเขา ประกอบด้วยภูเขาที่วางตัวในแนวเหนือ - ใต้ มีที่ราบระหว่างภูเขาที่เกิดจากลำธารไหลกัดเซาะ และแอ่งที่ราบ เกิดจากทรุดตัวของแผ่นเปลือกโลก และมีการทับถมของตะกอนบริเวณกว้าง กระจายอยู่ทั่วไป
               - ทิวเขาที่สำคัญ ได้แก่ ทิวเขาถนนธงชัยกลาง ทิวเขาถนนธงชัยตะวันออก ทิวเขาผีปันน้ำตะวันตก และทิวเขาแดนลาว
               - หินที่พบตามแนวทิวเขาส่วนใหญ่เป็นหินแกรนิต

        2. ภาคตะวันตก
               - ภาคตะวันตกตอนบนมีเทือกเขาสูงสลับซับซ้อนต่อเนื่องในแนวเหนือ - ใต้ ทิวเทือกเขาถนนธงชัย เขตจังหวัดตากและกาญจนบุรี ส่วนใหญ่พบเป็นแกรนิตและหินปูน
               - เขตจังหวัดราชบุรี เพชรบุรีและประจวบคีรีขันธ์ จะอยู่ในทิวเทือกเขาตะนาวศรี ทางด้านตะวันตก และเขตชายฝั่งทะเลด้านตะวันออก

        3. ภาคกลาง
               - เป็นที่ราบดินตะกอนที่หนาแน่นและกว้างขวางที่สุดของไทย เป็นแหล่งเกษตรกรรมที่สำคัญ แม่น้ำที่สำคัญในภาคนี้ คือ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำแม่กลอง แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำป่าสัก และแม่น้ำบางปะกง เนื่องจากเป็นที่ราบกว้างใหญ่ พื้นที่อุดมสมบูรณ์จึงเหมาะแก่การเพาะปลูกเป็นบริเวณอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญและเป็นเขตที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดของประเทศ

        4. ภาคตะวันออก
               - เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำทางตอนเหนือ เป็นทิวเขาและที่ราบลูกฟูกทางตอนกลาง และที่ราบชายฝั่งทะเลทางใต้
               - เทือกเขาสำคัญ ได้แก่ เทือกเขาจันทบุรีและเทือกเขาบรรทัด ระหว่างเทือกเขาจันทบุรีกับอ่าวไทยจะเป็นที่ราบแคบ ๆ พื้นดินอุดมสมบูรณ์เหมาในการปลูกผลไม้ มีแม่น้ำสายสั้น ๆ ได้แก่ แม่น้ำบางปะกงไหลลงอ่าวไทย ลักษณะชายฝั่งเว้าแหว่งเต็มไปด้วยเกาะใหญ่น้อย หาดทรายสวยงาม เกาะสำคัญ ได้แก่ เกาะช้าง เกาะกูด และเกาสีชัง
               - หินที่พบเด่น ๆ จะเป็นหินอัคนี เช่น หินแกรนิต และหินภูเขาไฟ

        5. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
               - ภูมิประเทศแยกจากภาคเหนือและภาคกลางอย่างเด่นชัด มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูง โดยมีขอบสูงชันตามแนว เทือกเขาเพชรบูรณ์ทานด้านตะวันตก และด้านใต้ตามแนวทิวเขาสันกำแพงและพนมดงรัก
               - ตอนกลางเป็นแอ่งคล้ายก้นกระทะ 2 แอ่ง เรียกว่า แอ่งโคราช และแอ่งสกลนคร โดยมีทิวเขาภูพานเป็นตัวกั้น มีแม่น้ำชี และมูลไหลผ่านและไหล ลงสู่แม่น้ำโขงทางทิศตะวันออกที่จังหวัดอุบลราชธานี
               - หินที่พบส่วนใหญ่ทางภาคอีสานจะเป็นเทือกเขาหินทราย ที่มีลักษณะการวางตัวเป็นชั้น ๆ มีการเอียงเทไม่มาก และมีลักษณะแบนราบด้านบน

        6. ภาคใต้
               - ภาคใต้เป็นส่วนหนึ่งของคาบสมุทรแคบ ๆ มีทะเลอ่าวไทยอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และทะเลอันดามันอยู่ทางด้านทิศตะวันตก
               - ทิวเขาประกอบด้วยทิวเขาสำคัญ ได้แก่ ทิวเขาภูเก็ต ทิวเขานครศรีธรรมราช และทิวเขาสันกาลาคีรี
               - หินที่พบส่วนใหญ่จะพบหินแกรนิตทางฝั่งตะวันออกหรือฝั่งอ่าวไทย และพบเป็นหินปูนทางฝั่งทะเลอันดามัน