สถานการณ์และวิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
สถานการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย ได้แก่
1. ที่ดินและทรัพยากรดิน
1.1 การใช้ประโยชน์ที่ดิน

ที่มา – กลุ่มวิเคราะห์สภาพการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน, 2559
1.2 การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน มีสาเหตุมาจาก
- ความต้องการเพิ่มพื้นที่เกษตรกรรม เพื่อตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจโดยการส่งออกสินค้าเกษตรกรรม
- การขยายตัวของชุมชนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเพิ่มขึ้นของประชากรบริเวณชุมชนใกล้ศูนย์กลางเศรษฐกิจ
- มีการใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการเข้าไปใช้พื้นที่ของทางราชการ การบุกรุกเข้าไปทำกิน สร้างที่อยู่อาศัย การปลูกป่าเพื่อขยายพื้นที่ป่าไม้
- ความต้องการใช้น้ำมากขึ้น จำเป็นต้องสร้างที่กักเก็บน้ำเพิ่มขึ้น เช่น เขื่อน อ่างเก็บน้ำ เป็นต้น
2. ทรัพยากรน้ำ
น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตทั้งของมนุษย์ สัตว์ และพืชในประเทศไทยนอกจากการใช้น้ำเพื่อดำรงชีวิตแล้ว ยังใช้เพื่อการเกษตร อุตสาหกรรม คมนาคม ผลิตกระแสไฟฟ้า และประเพณีต่างๆ น้ำฝนเป็นแหล่งที่มาหลักของน้ำธรรมชาติ
แม่น้ำสายสำคัญในภาคต่าง ๆ ได้แก่ แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ในภาคเหนือ แม่น้ำเจ้าพระยาในภาคกลาง แม่น้ำแม่กลองในภาคตะวันตก แม่น้ำมูล แม่น้ำชี ในภาคอีสาน แม่น้ำบางปะกง ในภาคตะวันออก และแม่น้ำตาปี ในภาคใต้ สถานการณ์การใช้น้ำ
- การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนมีความแปรปรวนมากขึ้น
- ความต้องการใช้น้ำมีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมากกว่าต้นทุนน้ำในประเทศที่มีอย่างจำกัด
- แหล่งกักเก็บน้ำไม่เพียงพอ ต่อปริมาณความต้องการ
- การบริหารจัดการน้ำไม่มีประสิทธิภาพ หน้าฝนเกิดน้ำท่วม หน้าแล้งน้ำไม่พอใช้

เส้นทางแม่น้ำสายหลักจากภาคเหนือสู่ภาคกลางของประเทศไทย - GeoThai.net
3. ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า
พื้นที่ป่าในประเทศไทยได้ลดลงอย่างมากจาก 53% ของประเทศในปี พ.ศ.2505 เหลือเพียง 31.60% ของประไทยในปี 2558
ในช่วงปี 2504-2525 มีพื้นที่ป่าหายไปมากที่สุดหลังจากเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มุ่งเน้นการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อการพาณิชย์ และการสัมปทานป่าไม้และไม่มีการป้องกันการบุกรุกตามมา
ชนิดของป่าไม้ในประเทศไทยจัดแบ่งไว้ในตารางดังนี้
ชนิด | บริเวณที่พบ | พืชพรรณ ธรรมชาติ |
ป่าดิบชื้น | บริเวณฝนตกชุก ภาคใต้และ ภาคตะวันออก | ยาง ตะเคียง ปาล์ม หวาย ไผ่ เถาวัลย์ |
ป่าดิบแล้ง | ทุกภาคของ ประเทศ | มะค่าโมง ตะเคียงหิน ปาล์ม หวาย ขิง ข่า |
ป่าดินเขา | ภาคเหนือและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | ไม้วงศ์ก่อ สน สามพันปี พญาไม้ อบเชย |
ป่าสน | ภาคเหนือและ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ | สน พลวง เต็ง รัง |
ป่าชายเลน | บริเวณชายทะเลที่เป็นโคลน คือ ชายฝั่งอ่าวไทย ชายฝั่งทะเลตะวันออก และตะวันตก | โกงกาง แสม ลำพู |
ป่า เบญจพรรณ | ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เฉียงเหนือ | สัก แดง ประดู่ มะค่าโมง กก ไผ่ |
ป่าพรุ | ริมฝั่งทะเลที่มีน้ำขัง และบริเวณปากแม่น้ำ ในภาคใต้ (โดนเฉพาะ จังหวัดนราธิวาส) | จิก อินทนิลน้ำ อบเชย หวาย หมากแดง |
จากนั้นนโยบายเพิ่มปริมาณป่าไม้ด้วยการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์และส่งเสริมการปลูกป่า อีกทั้งการประกาศปิดป่า ตั้งแต่ พ.ศ.2532 เป็นต้นมาส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้มีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่การลักลอบตัดไม้และล่าสัตว์ก็ยังมีอยู่
อย่างต่อเนื่อง
มาตรการจัดการป่าของประเทศไทย คือ การประกาศป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ 2507การอนุรักษ์ป่าที่ได้ผลมากกว่าการประกาศป่าสงวนคือ การประกาศเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หรือ พื้นที่คุ้มครอง ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุสัตว์ป่า วนอุทยาน เขตห้ามล่าสัตว์ป่า รวมถึง สวนรุกขชาติและสวนพฤกษศาสตร์
สถานการณ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่า
แม้ว่าจะมีการประกาศพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ในประเทศไทยได้ประมาณ 20% ของพื้นที่ประเทศไทย นับว่าเป็นการรักษาพื้นที่ต้นน้ำ และทรัพยากร รวมทั้งความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตาม แนวโน้มของประชากรที่เพิ่มขึ้นและความต้องการที่ดินในการเกษตร โครงการพัฒนา และการท่องเที่ยวต่าง ๆ ยังเป็นการคุกคามการอยู่รอดของพื้นที่ป่าประเทศไทยอยู่ สัตว์ป่าในประเทศไทยยังคงถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ป่าที่เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ป่าลดลงจากโครงการพัฒนาทางเศรษฐกิจต่าง ๆ และการขยายตัวของเมือง สัตว์ป่ายังคงถูกล่าในถิ่นกำเนิดแม้เป็นเขตอนุรักษ์และถูกจัดลำดับเข้าสู่ภาวะสูญพันธุ์มากขึ้น
4. แร่และพลังงาน
พลังงานที่ใช้ในประเทศไทยแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่
วิกฤตการณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในประเทศไทย
วิกฤตการณ์เกี่ยวกับที่ดินและทรัพยากรดิน
- ความจำกัดของจำนวนที่ดิน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร
- การเปลี่ยนสภาพการใช้ที่ดิน จากพื้นที่ป่าไม้มาเป็นพื้นที่การเกษตร
- การพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชนและสาธารณูปโภค เป็นการบุกรุกพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงการขยายตัวของชุมชนที่อยู่อาศัย
- การขาดกรรมสิทธิ์ถือครองที่ดิน ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมักเป็นผู้เช่าที่ดินทำกิน หรือไม่ก็เข้าไปใช้ประโยชน์จากที่ดินโดยรัฐยังไม่สามารถมอบกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ไม่สามารถพัฒนาที่ดินที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพ
- ปัญหาการถือครองที่ดิน การบุกรุกที่ดินของรัฐทั้งที่เป็นพื้นที่ป่าไม้และที่สาธารณะประโยชน์ ประชาชนเข้าไปอยู่อาศัยและประกอบอาชีพโดยขาดสิทธิในการครอบครองที่ดินตามกฎหมาย
- การเกิดภัยธรรมชาติ เช่น การเกิดน้ำท่วม รวมทั้งการพัดเอาดินโคลนไหลไปทำความเสียหายแก่ชีวิตบ้านเรือน สาธารณูปโภค และผลผลิตทางการเกษตร
- แผ่นดินทรุดตัว บริเวณพื้นที่ที่มีการใช้น้ำบาดาลมาก
- ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ หมายถึงดินที่มีธาตุอาหารสำหรับพืชต่ำ หรือมีธาตุอาหารแต่พืชไม่สามารถนำสารอาหารไปใช้ได้ทั้งนี้อาจจะเกิดการยึดตัวแน่น การเกิดสภาวะกรดจัด เค็มจัด การถูกชะล้างการใช้ที่ดินโดยขาดการบำรุงรักษา และการปลูกพืชผักซ้ำซาก
ดินเปรี้ยว เป็นดินที่มีค่า pH ต่ำมาก ทำให้ธาตุอาหารพืชไม่สามารถละลายออกมาใช้ประโยชน์ได้ ประโยชน์ได้ พบแถบจังหวัดปทุมธานี นครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และบางส่วนของจังหวัดสระบุรี พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี และดินเปรี้ยวจัดในแถบบริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และชายฝั่งทะเลตะวันออกของภาคใต้ดินเค็ม เป็นดินที่มีปริมาณเกลือที่ละลายน้ำได้มากเกินไป บริเวณพื้นที่ดินเค็มส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือดินเสื่อมโทรม เป็นดินที่ต้องมีการจัดการปรับปรุงเป็นพิเศษจึงจะใช้เพาะปลูกได้ เช่น ดินทรายในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดินเหมืองร้างเป็นดินที่ในบริเวณที่ทำเหมืองมาก่อน พบมากในภาคใต้ เช่น จังหวัดพังงา ภูเก็ต ระนอง และสงขลา ภาคตะวันออกพบทั่งหวัดจันทบุรีและตราด วิกฤตการณ์ทรัพยากรน้ำ
- การขาดแคลนน้ำ การเพิ่มจำนวนประชากร การเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและอุตสาหกรรม
- น้ำเสียและสารพิษในน้ำ การทิ้งน้ำเสียจากบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมลงสู่แหล่งน้ำ
- น้ำท่วม น้ำทะเลหนุน
- น้ำบาดาลลงระดับ เนื่องจากการใช้น้ำบาดาลที่มีจำนวนเกินปริมาณ
- ความตื้นเขินของแหล่งน้ำ เกิดจากตะกอน ดินทราย ที่ถูกพัดมากับกระแสน้ำ
วิกฤตการณ์เกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่า
การให้สัมปทานป่าไม้เพื่อการค้าก่อนปี พ.ศ.2532 โดยขาดการควบคุมที่ถูกต้อง และการปลูกป่าทดแทนโดยขาดการติดตามดูแล ซึ่งหลังจากการยกเลิกการให้สัมปทานยังคงมีการบุกรุกอย่างต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ป่าไม้ลดลงอย่างมาก
- การตั้งชุมชนที่อยู่อาศัย และพื้นที่เพาะปลูกขยายเข้าไปในป่า เป็นการบุกรุกพื้นที่ป่า ยังคงปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง
- ความต้องการสร้างเส้นทางคมนาคมผ่านป่าไม้หรือการตัดถนนเข้าชุมชน ทำให้มีการตัดต้นไม้ ทำลายป่าเพิ่มขึ้น
- การสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ต่าง ๆ ทำให้สูญเสียพื้นที่ป่าจำนวนมาก
- การทำเหมืองแร่ในพื้นที่ป่า จำเป็นต้องแผ้วถางป่าเพื่อเปิดหน้าดิน จึงทำให้ต้นไม้ถูกตัดออกไป
- การเกิดภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมและไฟป่า ทำให้เกิดการสูญเสียป่าไม้ และการทำลายสัตว์ป่า
นอกจากการล่าสัตว์ป่าแล้ว การสูญเสียป่าไม้ไม่ว่ากรณีใดก็ตามถือเป็นการทำลายชีวิต ที่อยู่อาศัย และแหล่งอาหารของสัตว์ป่า ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าไปด้วย วิกฤตการณ์เกี่ยวกับแร่และพลังงาน
- การขาดแคลนพลังงาน เนื่องจากแร่และพลังงานเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป
- การนำแร่และพลังงานมาใช้ จะมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหากไม่มีระบบป้องกันที่ดี
- การก่อสร้างโรงไฟฟ้า เนื่องจากวิกฤตการณ์ด้านพลังงานไฟฟ้า ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชน ระหว่างผู้สนับสนุนกับผู้คัดค้าน และหน่วยงานของรัฐ ทำให้เกิดผลกระทบต่อสังคมตามมา